เบเกอร์รี่มิวสิค: ค่ายเพลงผู้บุกเบิกตำนานอินดี้แห่งวงการเพลงไทย

 

ถ้าใครมีอายุอยู่ประมาณรุ่นผม (29 ปี) หรือมากกว่า หรือน้อยกว่านิดหน่อย (เหมือนดักแก่เลยแฮะ)     น่าจะคุ้นหรือได้เคยฟังเพลงของค่ายเพลงเล็กๆ ค่ายหนึ่ง หรือบางทีค่ายเพลงค่ายนี้อาจจะเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คน ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น … ค่ายเพลงที่ว่าก็คือ “เบเกอร์รี่มิวสิค” ครับ นี่เป็น 35 เรื่องเกี่ยวกับการก่อตั้งและยุคแรกเริ่มของผู้ก่อตั้งรุ่นบุกเบิกครับ …

  • จุดเริ่มต้นของสมาชิกผู้ก่อตั้งเริ่มจากปี 2536 “สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์” ที่สำเร็จการศึกษาจากอเมริกาได้ตามคุณแม่ “กมลา สุโกศล” ไปสภากาแฟในโรงแรมสยามของคุณแม่เอง ทำให้ได้พบกับดีเจแห่งคลื่นวิทยุอันดับหนึ่งในตอนนั้น Smile Radio หลังจากได้พูดคุยกันอย่างถูกคอทำให้ทั้งคู่สนิทกันและร่วมงานกันในที่สุด…”เอื้อง-สาลินี ปันยารชุน”
  • ต่อมา เอื้องได้แนะนำเพื่อนร่วมงานในสไมล์เรดิโอให้สุกี้รู้จัก ซึ่งต่อมาก้อกลายเป็นผู้ร่วมงานกัน เขาผู้นี้เป็นนักรีมิกซ์เพลงมีชื่อเสียงในด้านความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว… “สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์”

  • ศูนย์กลางการทำงานแห่งแรกของทั้ง 3 คนคือ กมลสตูดิโอ เป็นห้องบันทึกเสียงอยู่ชั้น 3 ของตึกใจกลางสยามสแควร์
  • ในขณะร่วมทำเพลงกัน วันนึงสมเกียรติได้บอกสุกี้ว่าจะมีคนมาร้องแร็ปให้… แต่เมื่อสุกี้นั่งรอเป็นเวลานานก้อไม่ปรากฏนักร้องแร็ปคนที่ว่ามีเพียงชายร่างท้วมใส่เสื้อเชิ๊ตแขนยาวกางเกงสแลคดำดูสุภาพมาขอพบ… เมื่ออดทนไม่ไหวสุกี้จึงเอ่ยทวงถามกับสมเกียรติ คำตอบที่ได้คือ “คนท้วมๆ นั่นไง เขามานั่งรอนานแล้ว”…แว่บแรกที่เห็น ด้วยอารมณ์หงุดหงิดเป็นทุน คำที่หลุดปากสุกี้ออกมาคือ “ไอ้เ … ี้ยนี่เหรอจะแร็ป !!!” ชายคนนั้นชิงตอบอย่างสุภาพ “ผมแร็ปได้นะครับ” …นี่คือการพบกันครั้งแรกของสุกี้กับ “บอย โกสิยพงษ์”

  • จากการได้ร่วมงานกัน ด้วยบุคลิกเบาๆนิ่มนวล สบายๆของบอย สุกี้ได้ตั้งฉายาให้บอยว่า “Iceman”
  • งานชิ้นแรกที่ทั้ง 4 ร่วมกันทำคือ Z-Myx เป็นอัลบั้มแรกของสมเกียรติ (ไม่ได้ออกในเบเกอรี่นะ) มีซิงเกิ้ลแรกกรุยทางสู่ตลาดคือเพลง “ใจต่างใจ” ที่ “ต๊งเหน่ง-รัดเกล้า อามระดิษ” เป็นผู้ร้อง

  • ระหว่างนั้น สุกี้ได้ทำวงแร็ปขึ้นวงนึง คือ วง TKO (ออกในสังกัดคีตา … เจ๊งสนิท) เวลานั้นสุกี้ต้องการคนมาช่วยเขียนเนื้อร้อง ทำให้ได้พบชายผู้นึงในห้องอัดเสียงคุณนุภาพ เป็นคนดูบุคลิกแปลกๆและดูเหมือนมีวิญญาณกบฏในสายตาคนทั่วไป เอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือเอาสีดำคาดหน้าตลอดเวลา (ทำไมไม่รู้) …ชายผู้นั้นคือ “พราย-ปฐมพร ปฐมพร”

  • บทเพลงบทหนึ่งที่เป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของเบเกอรี่มิวสิค เกิดจากชายผู้นี้เอง ….วันนึง พรายเอ่ยขึ้นลอยๆ กับสุกี้ว่ามีเพลงนึงจะร้องให้ฟังพลางหยิบกีต้าร์มาบรรเลงประกอบ… “ก่อนท้องฟ้าจะสดใส ก่อนความอบอุ่นของไอแดด ก่อนดอกไม้จะผลิบาน ก่อนความฝันอันแสนหวาน…” …เมื่อบรรเลงจบ เพลงนี้ที่พรายบอกว่ารู้สึกเฉยๆ ก็ถูกสุกี้ขอไว้ทันที จุดเริ่มต้นของเพลงที่โด่งดังที่สุดของเบเกอรี่มิวสิค “…ก่อน”
  • วันนึง สุกี้ดูแลวง TKO ไปเล่นที่ฟอร์จูนทาวน์รัชดา มีชายผู้หนึ่งมาทำความรู้จักและแจ้งว่าตัวเองรวมกับเพื่อนทำวงดนตรีอยู่ที่จุฬา อยากให้พี่สุกี้ไปช่วยดูให้หน่อย …ทันทีที่ได้เห็นวงนี้เล่นดนตรีสุกี้ก้อไม่รีรอ เอ่ยปากชวนมาร่วมงานทันที… ชายผู้นี้ชื่อ “ป๊อด-ธนชัย อุชชิน” และวงโมเดิร์นด๊อก

  • เมื่อทั้ง 4 คน (เอื้อง, สุกี้, บอย, สมเกียรติ) ตกลงจะทำงานร่วมกัน ทั้ง 4 ก็ช่วยกันคิดชื่อค่ายใหม่ที่จะเกิด ไอเดียเริ่มแรกมีชื่อ ชอร์นเบิร์ก ซึ่งเป็นชื่ออาคารเรียนของบอย, Bomb Squad จากไอเดียสุกี้ (เป็นชื่อเพลงแร็ปเพลงนึงของ Public Enemy) …สุดท้ายก้อมาลงตัวที่ “Bakery A Complete Music Production” จากไอเดียของ บอย ด้วยเหตุผลที่ว่า “อยากได้ชื่อที่ดูถ่อมตัว ฟังแล้วรู้สึกว่ามันเป็นโฮมเมด เหมือนแม่เราทำเอง ใส่หมูใส่ผักเยอะๆ แล้วก็เป็นชื่อที่คุ้นหูง่ายๆ”
  • งานแรกๆ ที่เบเกอรี่ทำคือ เพลงโฆษณา โดยแรกเริ่มทั้ง 4 คนไม่ได้รับเงินเดือนกันเลย “เพราะบริษัทยังไม่มีตังค์”
  • ในช่วงเวลานั้ ป๊อดได้แนะนำให้สุกี้รู้จักเพื่อนคนนึง เป็นผู้ชายที่สุกี้ให้นิยามว่า “แต่งและร้องเพลงรักได้อย่างมีพลัง” และแน่นอนสุกี้ชักชวนมาร่วมงานด้วย… ชายผู้นี้คือ “นภ พรชำนิ”

  • อัลบั้มแรกของโมเดิร์นด็อกใช้เวลาในห้องอัดเพียง 21 วันก็เสร็จสมบูรณ์
  • สุกี้และโมเดิร์นด็อกตัดสินใจไม่เอาอัลบั้มนี้ไปขายค่ายอื่น เนื่องจากกลัวโดนเปลี่ยนสไตล์และดนตรี จึงตัดสินใจทำกันเอง โมเดิร์นด็อกจึงเป็นอัลบั้มแรกที่ออกสู่ตลาดภายใต้ชื่อเบเกอรี่มิวสิค
  • เมื่อมีโปรเจคต์แรกคือโมเดิร์นด็อกแล้ว หน้าที่ของทุกคนก็ชัดเจนทันที สุกี้เป็นผู้บริหาร เอื้องเป็นฝ่ายมาร์เก็ตติ้ง สมเกียรติและบอยดูแลด้านงานเพลงและศิลปิน… มาถึงเวลานี้เบเกอรี่มิวสิคก็กลายเป็นค่ายเพลงเต็มตัว ไม่ใช่โปรดักชั่นเฮาส์เหมือนที่เคยเป็นอีกต่อไป
  • 9 กันยายน 2537 อัลบั้มโมเดิร์นด็อกก็ออกสู่ตลาด โดยความคาดหวังของสุกี้และวงโมเดิร์นด็อกคือ 30,000 ตลับ !!! (สุกี้เปรียบเทียบว่า “เกลียดตุ๊ด” ของซีเปียได้ 30,000 เราก็ไม่น่าแพ้)
  • เมื่อซิงเกิ้ล “บุษบา” และ “…ก่อน” ถูกปล่อยลงน้ำ ทุกคนก็รู้ว่าความคาดหวังแต่แรกนั้นผิดถนัด !!! … “…ก่อน” ติดชาร์ต Hotwave นานติดต่อกัน 12 สัปดาห์ ยอดขายเทมาอย่างหยุดไม่อยู่ และเวลาต่อมาคอนเสิร์ตใหญ่ Dog On Stage World Tour ก็เกิดขึ้น …โมเดิร์นด็อกกลายเป็นวงดนตรีที่พลิกโฉมวงการเพลงไทยโดยสิ้นเชิง
  • เมื่อตอนค่ายเบเกอรี่เปิดตัวใหม่ๆ มีนักข่าวสัมภาษณ์สุกี้ว่า เบเกอรี่คือค่ายเพลงแบบไหน คำตอบของสุกี้คือ “มันคืออินดี มันคือ Independent” …นี่คือที่มาของคำว่า เพลงอินดี้ ในยุคนั้นนั่นเอง
  • ถัดจาดโมเดิร์นด็อก สุกี้ก็ได้พบศิลปินใหม่ที่มีจังหวะเฉพาะตัว จากการแนะนำของ “ธนา โกสิยพงษ์” น้องชายบอย นามว่า “อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต” หรือ “โจอี้บอย”

  • ในช่วงนี้ เบเกอรี่ได้บุกเบิกตลาดเทปเพลงด้วยสิ่งแปลกใหม่สำหรับเมืองไทย คือ การทำเทปแบบซิงเกิ้ล (มินิอัลบั้ม) ที่มีเพลงอยู่เพียง 5 เพลง (แต่ดันขายราคาเท่ากัน !!)
  • มีอยู่หนึ่งซิงเกิ้ลที่เป็นที่ฮือฮาและได้รับเสียงตอบรับมากที่สุด คือ …ก่อน Collector’s Edition ของโมเดิร์นด็อก ซึ่งจัดทำเพียง 2,000 ตลับ ออกวางจำหน่ายในงานนิตยสารบันเทิงคดีในปี 2537 เพียงวันเดียวเท่านั้น (ตอนนี้ที่สวนมีขายตลับละ 3,000-4,000 บาท !!!)
  • ในเวลาเดียวกัน นิตยสารบันเทิงคดีของ “มาโนช พุฒตาล” ได้จัดงานดนตรี College Artist ขึ้น ทำให้สุกี้ได้พบนักดนตรีที่ดึงเข้าสังกัดอีก 2 วงพร้อมกัน คือ “Pause” และ “ปิยะ ศาสตราวาหา” หรือ “โป้-โยคีเพลย์บอย”

  • หลังโมเดิร์นด็อกและโจอี้บอยออกสู่ตลาด คิวต่อมาคือ บอย โกสิยพงษ์ …เมื่อซิงเกิ้ลแรก “รักคุณเข้าแล้ว” และอัลบั้ม “Rhythm & Boyd” ออกสู่ตลาด บอยก็กลายเป็นคนที่มีผู้กล่าวถึงมากที่สุดในหมู่ผู้ก่อตั้งทันที
  • ช่วงปี 2538 เบเกอรี่ได้มีอัลบั้มของศิลปินหญิงคนแรก …ศิลปินผู้นี้ได้รับการแนะนำผ่านทางเพื่อนคุณแม่ในสภากาแฟโรงแรมสยาม เป็นผู้หญิงที่ดูเฮฟวี่เต็มตัว ใส่ชุดดำทาขอบตาสีดำผมยาวปะหลัง เธอคือ “อรอรีย์” อรอรีย์ จุฬารัตน์

  • ในปี 2540 เป็นช่วงที่เศรษฐกิจเมืองไทยดำดิ่งสู่ก้นเหว เบเกอรี่ก็หนีไม่พ้นวิกฤตินี้เช่นกัน …เมื่อความขัดแย้งในเรื่องธุรกิจมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกินควบคุม “เอื้อง” ตัดสินใจลาออกและถอนหุ้นจากเบเกอรี่มิวสิค …นี่คือจุดเริ่มต้นสู่ภาวะขาลงของค่ายเบเกอรี่อย่างแท้จริง
  • ในช่วงสภาวะเงินฝืดเคือง เพื่อที่จะให้เบเกอรี่ยังคงอยู่ได้ ผู้บริหารและพนักงานที่มีฐานเงินเดือนสูงทุกคนยินยอมพร้อมใจลดเงินเดือนลงครึ่งนึง …แต่ยกเว้นสุกี้ บอยและสมเกียรติ เพราะทั้งสามไม่รับเงินเดือนเลย !! (ใจล้วนๆ)
  • เพื่อความอยู่รอดของค่าย ผู้บริหารทั้งสามตัดสินใจทำสิ่งแปลกใหม่อีกครั้ง คือ เปิดค่ายเพลงย่อยโดยเน้นไปที่ตลาด Teen Idol …กำเนิดค่ายเพลงย่อย “Dojo City”
  • งานแรกของค่ายนี้ เริ่มด้วยสมเกียรติได้ไปพบเด็กสาว 2 คนในเซ็นเตอร์พอยน์ “คิท”อาภัสณี ศิริรัตน์อัสดร และ “กิ” กิรตรา พรหมสาขา ณ สกลนคร จึงชักชวนมาออกอัลบั้มในชื่อวง “Niece”

  • หลังจากนั้นไม่นาน ศิลปินคนต่อมาก็ตามมาทันที จากการแนะนำของสมเกียรติ (อีกแระ) เป็นคู่ดูโอที่พลิกกระแสแฟชั่นของเด็กวัยรุ่นยุคนั้นอย่างชัดเจน (สายเดี่ยว เที่ยวดึก ส้นตึก ตอแหล 555+) “โบ” สุรัตนาวี สุวิพร และ “จ๊อยซ์” พรพรรณ รัตนเมธานนท์ ในชื่อวง “Triumphs Kingdom” (สุกี้ให้นิยามสองคนนี้ว่า หนวกหูชิบหาย 555+)

  • กลับมาที่เบเกอรี่ ในช่วงเวลาที่ T.K. ออกวางแผง ผลงานของศิลปินหญิงคนหนึ่งก็ออกวางแผงในเวลาเดียวกัน เป็นอัลบั้มที่สุกี้ใช้เวลานานถึง 4 ปี โดยสุกี้พบศิลปินผู้นี้มาจากงานเป็ปซี่มิวสิคอวอร์ด ปี 2536 โดยเธอร้องนำให้วง Mad Hot ในแนวเฮฟวี่เมททัล เป็นศิลปินที่มีความสามารถเขียนเนื้อร้องและร้องเพลงได้อยู่ในระดับอัจฉริยะ !! เธอคือ “ริค” วชิรปิลันธิ์ โชคเจริญรัตน์

  • ปี 2541 ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นในเบเกอรี่อย่างเลี่ยงไม่ได้ สุกี้ บอยและสมเกียรติตัดสินใจขายหุ้นใหญ่ให้ BMG ด้วยวงเงินกว่า 100 ล้านบาท
  • ปี 2543 ย่างเข้า 2544 เบเกอรี่ลดขนาดองค์กรลง จากพนักงาน 130 คน …เหลือเพียง 30 คน ในช่วงเวลานี้เองที่สุกี้เริ่มเบื่อกับงานบริหารจึงตั้งวงดนตรีขึ้นวงนึงโดยตัวเองเป็นมือกีต้าร์เอง ชื่อวง “พรู”

  • ปี 2545 เกิดเหตุการณ์เศร้าที่ทุกคนไม่คาดคิด… โจ้-วงพอส ฆ่าตัวตายในลิฟท์แมนชั่นตัวเองในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ …จากเหตุการณ์นี้ทำให้ผู้บริหารตระหนักได้ว่า พวกเขาไม่สามารถดูแลคนในสังกัดได้หมดทุกเรื่อง จึงเริ่มมีการพิจารณาให้มีการยกเลิกสัญญาก่อนได้ หากศิลปินเป็นผู้ต้องการ ทำให้ศิลปินมีอิสระในการย้ายสังกัดมากขึ้น และเกิดการย้ายสังกัดมากมายในค่ายเบเกอรี่ (โจอี้บอยก็ย้ายไปแกรมมี่ช่างนี้แหละ)

  • ปี 2547 ครบ 10 ปีของเบเกอรี่ ผู้บริหารยุคแรกเริ่มทั้ง 3 คือ บอย สุกี้และสมเกียรติ ตัดสินใจลาออกและมอบอำนาจการบริหารให้ทาง BMG อย่างเต็มตัว ด้วยเหตุผลในด้านการบริหารงานที่ไม่ตรงกันกับทาง BMG …นับเป็นการขอยุติบทบาทในเบเกอรี่อย่างเป็นทางการของทั้ง 3 คน
  • คอนเสิร์ตสุดท้าย คอนเสิร์ตอำลาของทั้ง 3 คน คือ คอนเสิร์ตบีเดย์ จัดขึ้นวันที่ 10 ธ.ค. 2547 นับเป็นการปิดตำนานของสุกี้ บอยและสมเกียรติ กับค่ายเพลง “เบเกอรี่มิวสิค” อย่างเป็นทางการ…

บทส่งท้าย…
ปัจุบัน บอยกะสุกี้เปิดค่ายเพลงชื่อ “Love is” ส่วนสมเกียรติทำงานเบื้องหลังและเป็นโปรดิวเซอร์ให้นักดนตรีหลายคน

—————————————————————————————————————————————————————————————————

ที่มา ข้อมูล : หนังสือbakery & I สุกี้ กมล สุโกศล

About these ads

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: